TGI บนวิถีไทย 4.0

2018-05-23 06:37:00 Asia/Bangkok
TGI บนวิถีไทย 4.0
ปริทรรศน์ พันธุบรรยงก์
 
เส้นทางการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศใดประเทศหนึ่งสู่ความยั่งยืนนั้นมีได้หลายเส้นทาง ขึ้นกับการเลือกทางเดินที่กำหนดโดยนโยบายหรือแผนพัฒนาเศรษฐกิจสังคมของประเทศนั้นๆ ประเทศส่วนใหญ่เลือกเส้นทางเดินตามรอยเท้าของประเทศพัฒนาในทวีปอเมริกา ยุโรป หรือเอเซียเหนือ โดยเริ่มจากการทำเกษตรกรรม แล้วปรับโครงสร้างสู่การทำอุตสาหกรรมในที่สุด ดัชนีวัดความเจริญจากการพัฒนาของประเทศเหล่านี้ มักใช้ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ หรือเรียกเป็นตัวย่อว่า GDP เป็นหลัก
 
ในขณะที่บางประเทศอาจเลือกการพัฒนาให้เกิดความเจริญควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ โดยเชื่อมั่นว่าความสุขของประชาชนไม่ได้ขึ้นอยู่กับความมั่งคั่งด้านเศรษฐกิจ หากแต่ขึ้นอยู่กับการใช้ชีวิตอย่างพอเพียงและเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ ดัชนีวัดความเจริญจากการพัฒนาของประเทศในกรณีนี้จะใช้ความสุขโดยรวมของประชาชาติหรือ GDH

จะถูกหรือผิด จะชอบหรือไม่ก็ตาม แต่ประเทศไทยของเรานั้นได้เลือกเดินตามเส้นทางของประเทศส่วนใหญ่มาเป็นระยะเวลากว่า 5 ทศวรรษ นับตั้งแต่การตั้งสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แล้วเริ่มจัดทำและเดินตามแผนพัฒนาระยะ 5 ปีแผนที่ 1 จนกำลังจะเข้าสู่แผนที่ 12 ในไม่ช้านี้

 
 
ตัวเลข 4.0 ที่พูดกันอยู่นี้ เป็นค่าดัชนีที่ใช้บ่งชี้ระดับของการพัฒนาได้อย่างหนึ่งครับ

พูดกันง่าย ๆ นั้น อุตสาหกรรมระดับ 1.0 คือ อุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานคนเป็นหลัก เมื่อขยับมาสู่ 2.0 ก็จะนำเอาเครื่องจักรอุปกรณ์เข้ามาใช้ร่วมกับคน แล้วก้าวมาสู่ระดับ 3.0 คือการนำเอาหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติเข้ามาใช้ จนพัฒนาไปสู่ระดับ 4.0

ในด้านของการผลิตนั้น อุตสาหกรรม 4.0 จะเป็นการประยุกต์ใช้ระบบอัตโนมัติ เครื่องมืออุปกรณ์สมองกล หุ่นยนต์อุตสาหกรรมและบริการเพื่อความถูกต้อง แม่นยำ สะดวกรวดเร็วจากระดับ 3.0 เมื่อประสมประสานเข้ากับ IoT และ Big Data แล้ว จะได้อุตสาหกรรมและ/หรือการบริการที่มีสมรรถนะการแข่งขันสูงมาก

พิจารณาจากความเร็วในการพัฒนาแล้วธุรกิจบริการจะก้าวไปได้เร็วกว่าภาคการผลิตมาก ๆ เห็นได้จากยักษ์ใหญ่ด้านบริการต่าง ๆ  ไม่ว่าจะเป็น Amazon, Soft Bank, Ali Baba/ Ali Pay หรือ Uber ที่คุ้นหูคุ้นตากันอยู่ในปัจจุบัน  

ในส่วนของประเทศไทยนั้น ภาครัฐบาลและสภาอุตสาหกรรมได้ทำงานร่วมกันตามโครงการประชารัฐ และมุ่งหน้าที่จะผลักดันให้ภาคส่วนต่าง ๆ ด้านการผลิตและบริการเข้าสู่ระดับ 4.0 ซึ่งเชื่อกันว่าจะเป็นปัจจัยผลักดันประเทศไปสู่ระดับ 4.0 ได้

และหวังไว้ว่าการเข้าสู่ระดับ 4.0 นี้จะส่งผลให้ก้าวพ้น “กับดัก” ของประเทศรายได้ปานกลางที่เราติดอยู่นานมาก ในขณะที่ประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงที่เริ่มพัฒนาพร้อม ๆ หรือล้าหลังกว่าเรากลับแซงเราไปจนมีการพูดติดตลกกันว่าประเทศไทยจะไม่มีคู่แข่งแล้ว

เพราะเขาจะแซงหน้าเราไปหมดไงล่ะครับ!!!

ท่านนายกรัฐมนตรี Abe ได้ประกาศว่าจะพัฒนาประเทศญี่ปุ่นสู่ “สังคม 5.0” ซึ่งเป็นการนำเอาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมายกระดับของสังคมมนุษย์ให้มีความสะดวก ปลอดภัย และยั่งยืน

เช่น การพัฒนาสู่สังคมที่ปราศจากการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นต้นเหตุของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอันส่งผลให้เกิดวิบัติภัยทางธรรมชาติไปทั่วโลก การสร้างเมืองอัจฉริยะหรือ Smart City เป็นต้น โดยมั่นใจว่าจะสามารถแสดงให้ชาวโลกได้เห็นเมื่อกรุงโตเกียวเป็นเจ้าภาพกฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิคในอีก 4 ปีข้างหน้านี้

แปลว่าภาคอุตสาหกรรมการผลิตและธุรกิจบริการของญี่ปุ่นเองนั้นไปถึงระดับ 4.0 และกำลังจะขยับขับเคลื่อนสู่ 5.0 เพื่อส่งผลไปสู่ภาคสังคมในอีก 4 ปีข้างหน้าครับ

กลับมาที่ประเทศไทยเราบ้าง ผลการสำรวจของภาครัฐบาลและสภาอุตสาหกรรมพบว่า นอกเหนือจากอุตสาหกรรมและธุรกิจบริการขนาดใหญ่ที่พอกล่าวได้ว่าก้าวเข้าใกล้ระดับ 3 กว่า ๆ แล้ว ยังเป็นที่น่าเป็นห่วงว่าอุตสาหกรรมและธุรกิจบริการขนาดกลางขนาดย่อมซึ่งมีสัดส่วนกว่า 90% ของภาคเศรษฐกิจทั้งหมดยังมีระดับเฉลี่ยอยู่ที่ 2 หรือ 2 กว่า ๆ เท่านั้น

ณ จุดนี้บทบาทของสถาบันไทย-เยอรมันหรือ TGI จะมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดในการเป็นพลังขับเคลื่อนหลักที่จะปฏิรูปภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจบริการให้ก้าวกระโดดจากระดับ 2.0 เป็นส่วนใหญ่ สู่ระดับ 4.0 ได้ในระยะเวลาที่สั้นที่สุด

เพราะ TGI เป็นสถาบันที่มีศักยภาพสูงมากในด้านวิศวกรรมการผลิตโดยมีฐานการพัฒนาถ่ายทอดเทคโนโลยีจากสาธารณรัฐเยอรมันที่เป็นต้นทางของอุตสาหกรรม 4.0 นั่นเองครับ

ตลอดระยะเวลาเกือบสองทศวรรษที่ผ่านมา TGI ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถหลักในการพัฒนาบุคลากรภาคอุตสาหกรรมโดยการฝึกอบรม การให้คำปรึกษาแนะนำ การบำรุงรักษาเครื่องจักรอุปกรณ์ การออกแบบ ตลอดจนการสร้างเครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ ที่มีสมรถนะเทียบเท่ากับสิ่งที่ผลิตจากประเทศพัฒนาทั้งหลาย
ทั้งนี้ก็ด้วยองค์ความรู้ที่สั่งสมอย่างต่อเนื่องจากความมุ่งมั่นพัฒนาองค์กรให้เป็นกำลังหลักสำคัญของภาคอุตสาหกรรมของประเทศของผู้บริหาร บุคลากรทุกระดับ และคณะกรรมการบริหารทุกยุคทุกสมัยนับตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง

การก้าวย่างสู่ทศวรรษที่สามจะเป็นช่วงที่สำคัญของ TGI เพราะจะต้องปรับแนวทางจากการมุ่งพัฒนาหลักที่กลุ่มอุตสาหกรรมแม่พิมพ์ ขยายขอบเขตไปครอบคลุมอุตสาหกรรมเครื่องจักรกล ระบบอัตโนมัติ และหุ่นยนต์อุตสาหกรรม โดยมีเงื่อนเวลาที่สั้นและงบประมาณที่จำกัด

หมายความว่าต้องก้าวเร็ว ก้าวอย่างมั่นคง และก้าวอย่างมีประสิทธิภาพสูงครับ

การจะก้าวให้ได้ดังกล่าว ต้องมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน เป็นรูปธรรม มีจุดเน้นหรือ Focus และบุคลากรทั้งองค์กรรวมทั้งผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต้องมีความมุ่งมั่นและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

ภาคธุรกิจอุตสาหกรรมที่เป็นเป้าหมายหลัก ควรมุ่งด้านที่ประเทศไทยมีศักยภาพสูง นั่นคือการเกษตรอุตสาหกรรมและธุรกิจต่อเนื่อง บริการการแพทย์และสุขภาพ ศิลปหัตถกรรมและการท่องเที่ยว เป็นต้น

ผมเชื่อว่า ปัจจัยหลักที่สำคัญที่สุด คือ บุคลากรทั้งหมดของ TGI ที่เป็นทรัพยากรที่มีค่ามากที่สุด ต้องพร้อมที่จะเปิดใจยอมรับ เรียนรู้ และฝึกฝนสิ่งใหม่ ๆ ที่จำเป็นในการพัฒนาประเทศบนวิถีไทย 4.0 เพื่อเป็นแกนนำในการผลักดันกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมต่อไป

Learn to unlearn….for relearning….then onward to continuous improvement…….

ครับ...หากทำได้เช่นที่กล่าวข้างต้น.....TGI จะเป็นองค์กรที่ช่วยสร้างประวัติศาสตร์ของไทย สู่การพัฒนาที่มั่งคั่งและยั่งยืนในอนาคตได้ นับตั้งแต่ก้าวแรกสู่ทศวรรษที่สามนี้อย่างแน่นอนครับ  

 

Comments

There are no comments

Posting comments after three months has been disabled.

News Categoties