ก.อุตฯ ปรับทัพรับการผลิตสมัยใหม่ ตั้งเป้าปรับโรงงานทั่วประเทศเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 | ข่าวสาร

ก.อุตฯ ปรับทัพรับการผลิตสมัยใหม่ ตั้งเป้าปรับโรงงานทั่วประเทศเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0

2021-10-05 09:17:00 Asia/Bangkok
กระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) เผยเป้าหมายยกระดับการผลิตภาคอุตสาหกรรมไปสู่การผลิตสมัยใหม่ Smart Production รองรับการพัฒนาอุตสาหกรรม S-Curve และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย 4.0 ควบคู่ไปกับการสร้างอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ และดิจิทัลในประเทศให้เข้มแข็ง พึ่งพาตัวเองได้ในด้านเทคโนโลยี ไม่ใช่เป็นเพียงแค่การนำเข้าเหมือนที่ผ่านมา ด้วยความพร้อมของนโยบาย มาตรการสนับสนุน และโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง



นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) เปิดเผยว่า อก. ได้เตรียมพร้อมขับเคลื่อนสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมทุกระดับรองรับการผลิตสมัยใหม่ ผ่านเครื่องมือสำคัญภายใต้แนวคิด 4 Tools กับ 1 Strategy ประกอบด้วย 1. IT การให้บริการด้านการพัฒนาระบบข้อมูลและสารสนเทศ 2. Automation การพัฒนาระบบการผลิต เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการผลิต 3. Robot ลดการใช้แรงงานในกระบวนการผลิต และ 4. Innovation การพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และอีก 1 Strategy คือ มุ่งพัฒนาการรวมกลุ่มอุตสาหกรรม หรือ Cluster เพื่อขับเคลื่อนเป็นพลังใหญ่ ต่อยอด SMEs ไทยให้เข้มแข็งและสร้างเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาตามแนวทาง BCG Model โดยหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดความสูญเสียตลอดทั้ง Supply Chain ของอุตสาหกรรม   

ทั้งนี้ อก. ได้เตรียมเม็ดเงินสินเชื่อจากกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐจำนวนกว่า 2,500 ล้านบาท ในอัตราดอกเบี้ยต่ำร้อยละ 1 ต่อปี เพื่อให้ผู้ประกอบการ SMEs ทั่วประเทศได้เข้าถึงแหล่งเงินทุนในการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต โดยโรงงานที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับการ Check up วิเคราะห์กระบวนการผลิตและให้คำปรึกษาเทคโนโลยีที่เหมาะสมจาก System Integrator (SI) มืออาชีพและผู้เชี่ยวชาญจากเครือข่ายศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ หรือ CoRE และจัดทำ Feasibility Study วิเคราะห์จุดคุ้มทุน รวมทั้งจัดทำข้อเสนอทางเทคนิคและข้อเสนอด้านการเงินสำหรับ SMEs เพื่อใช้
ในการขอสินเชื่อจากกองทุนและจากธนาคารพาณิชย์ ทั้งนี้ เมื่อ SMEs ตัดสินใจลงทุนแล้ว ยังสามารถนำมูลค่าการลงทุนไปขอยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ 3 ปี ตามมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ
การผลิตของ BOI หรือนำเงินลงทุนในส่วนของเครื่องจักรและระบบอัตโนมัติมาหักเป็นค่าใช้จ่ายได้ 5 รอบบัญชี ตามมาตรการส่งเสริมของกระทรวงการคลัง นอกจากนี้ ในส่วนของผู้ผลิตเครื่องจักรและระบบอัตโนมัติ (AMB) และ System Integrator (SI) ภายในประเทศ จะได้รับยกเว้นอากรนำเข้าชิ้นส่วนและอุปกรณ์ สำหรับนำมาผลิตหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ตามประกาศของกรมศุลกากรด้วย   

นายกอบชัย ยังกล่าวอีกว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้มีความร่วมมือกับสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (TPQI) และสมาคมผู้ประกอบการระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ไทย (TARA) ในการยกระดับผู้ผลิตเครื่องจักรอัตโนมัติและผู้ประกอบและติดตั้งระบบอัตโนมัติ โดยพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมและการทดสอบวัดระดับ
ตามมาตรฐานสากล ซึ่งผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมจะได้รับการสนับสนุนให้เข้ารับงานจากภาคอุตสาหกรรม โดย อก. 
มีแผนจะเข้าไปยกระดับขีดความสามารถด้าน Automation ให้กับผู้ผลิตเครื่องจักร ผู้ผลิตซอฟต์แวร์ และผู้ประกอบการ SI ทั่วประเทศ โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากเครือข่ายศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ (CoRE) และผู้ประกอบการ SI รายใหญ่จากสมาคม TARA เป็นพี่เลี้ยง



ทั้งนี้ อก. ยังเตรียมยกระดับการให้บริการภายในกระทรวงฯ เพื่อรองรับอุตสาหกรรม 4.0 
โดยปฏิรูปองค์กรไปสู่ Smart Government เร่งนำระบบดิจิทัลมาให้บริการและปฏิบัติงานภายในกระทรวงในทุกมิติ อาทิ การยื่นขอใบอนุญาตออนไลน์ เช่น รง.4 และมาตรฐาน มอก. เป็นต้น การชำระค่าบริการออนไลน์ การรายงานการประกอบการอุตสาหกรรมผ่านระบบออนไลน์แทนการตรวจสถานประกอบการเพื่อต่ออายุใบอนุญาต รวมถึงการเชื่อมโยงข้อมูลและโครงข่ายการให้บริการในด้านต่าง ๆ ของกระทรวงฯ ผ่านระบบดิจิทัล ซึ่งการปฏิรูปเหล่านี้ได้เริ่มดำเนินการแล้ว และในอนาคตจะขยายการปรับเปลี่ยนระบบการให้บริการต่าง ๆ เป็นระบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังมีแผนจะพัฒนาแพลตฟอร์มอุตสาหกรรม 4.0 โดยทำหน้าที่เป็น One Stop Service ให้กับผู้ประกอบการในการเข้าถึงบริการและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ของภาครัฐ และเป็นระบบนิเวศทางธุรกิจใหม่ (Business Eco-system) ให้กับผู้ประกอบการ โดยจะเชื่อมโยง Platform  การทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรม ในลักษณะ Collaborative Platform ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจและแก้ไขกระบวนการที่เป็นปัญหา (Pain Point) ของผู้ประกอบการ ตั้งแต่การขอรับการสนับสนุนจากภาครัฐ การขอสินเชื่อเพื่อซื้อเครื่องจักร การประเมินความคุ้มค่าในการลงทุนจากการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต และการเลือกหา SI ที่ได้มาตรฐาน โดยมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและ    บูรณาการการทำงานร่วมกันของหน่วยงานต่าง ๆ อย่างเต็มที่



นายภานุวัฒน์ ตริยางกูรศรี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และประธานเครือข่าย CoRE กล่าวเสริมว่า CoRE พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของ อก. อย่างเต็มที่ โดยปัจจุบัน อก. ได้แต่งตั้งตั้งคณะกรรมการนโยบายและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ จำนวน 3 คณะ ประกอบด้วยคณะกรรมการนโยบายอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ (Steering Committee) คณะกรรมการเครือข่ายเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ (CoRE) และคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติภูมิภาค (Regional CoRE Committee) รวม 5 ภูมิภาค โดยมีสถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม คือ สถาบันไทย-เยอรมัน สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ที่มีความพร้อมทางเทคโนโลยีและบุคลากร เข้าร่วมอยู่ในคณะกรรมการ CoRE เพื่อร่วมเป็นกำลังสำคัญในการปฏิบัติตามภารกิจของ CoRE ภารกิจที่สำคัญของ CoRE ได้แก่ การพัฒนาเทคโนโลยีและยกระดับบุคลากรด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติของประเทศ รับรองคุณสมบัติของผู้ประกอบการและ SI ที่ต้องการใช้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ของภาครัฐ รวมทั้ง ให้ความเห็นในเชิงวิชาการสำหรับโครงการที่ขอรับการส่งเสริมการลงทุนตามมาตรการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติของ BOI เป็นต้น



ด้านนายทองชัย ชวลิตพิเชฐ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาเมื่อปี 2560 คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบมาตรการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรม S-Curve โดยมีเป้าหมายในยกระดับการผลิตภาคอุตสาหกรรมเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 ให้ประเทศไทยเป็นผู้นำการผลิตและใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติของอาเซียนภายในปี 2569 โดยมีเป้าหมายในปี 2564 ให้เกิดการลงทุนอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติไม่น้อยกว่า 200,000  ล้านบาท เพิ่มจำนวนผู้ประกอบการ SI ในประเทศจาก 200 รายเป็น 1,400 ราย ลดการนำเข้าหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติจากต่างประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 และโรงงานอุตสาหกรรมมีการใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติร้อยละ 50 ซึ่งปัจจุบันการดำเนินการอยู่ในเป้าหมายระยะกลาง โดยในปี 2563 ประเทศไทยมีการลงทุนในระบบอัตโนมัติประมาณ 120,000 ล้านบาท มีระดับการใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในโรงงานอุตสาหกรรมประมาณร้อยละ 25 และมีการใช้ระบบอัตโนมัติภายในประเทศประมาณร้อยละ 12 มีผู้ผ่านการขึ้นทะเบียน System Integrator (SI) กับ CoRE จำนวน 74 ราย ดำเนินการฝึกอบรมยกระดับ SI รวมจำนวน 1,395 คน บ่มเพาะ SI Startup จำนวน 70 กิจการ และพัฒนาต้นแบบหุ่นยนต์ฯ รวม 185 ต้นแบบ ซึ่งภายหลังสถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย ภาคอุตสาหกรรมของไทยพร้อมที่จะเป็นกำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืนบรรลุตามเป้าหมายและ Roadmap ที่ตั้งไว้ 



ขอบคุณภาพบางส่วนจาก กระทรวงอุตสาหกรรม

Comments

ไม่มีความคิดเห็น

Posting comments after has been disabled.

News Categoties