วันที่ 15 ตุลาคม 2569 – กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับสถาบันไทย-เยอรมัน (TGI) ประกาศความสำเร็จในการดำเนินโครงการยกระดับขีดความสามารถผู้ประกอบการสู่ Industry 5.0 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 สามารถพัฒนาบุคลากรได้กว่า 990 ราย สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 216 ล้านบาท และเพิ่มผลิตภาพของสถานประกอบการเฉลี่ย 28% ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบอัตโนมัติ (Automation) ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพบุคลากร พร้อมมอบรางวัลเชิดชูเกียรติแก่ 6 สถานประกอบการต้นแบบ (Success Case) ที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่น
กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับสถาบันไทย-เยอรมัน จัดพิธีปิด “โครงการยกระดับขีดความสามารถผู้ประกอบการยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมสู่อุตสาหกรรม 5.0” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ณ โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพฯ พร้อมจัดกิจกรรมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการ ที่ปรึกษาธุรกิจ และผู้ผลิตเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อส่งเสริมการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมไปประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรมอย่างเป็นรูปธรรม
คุณดวงดาว ขาวเจริญ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ประธานในพิธีปิดโครงการฯ กล่าวมอบนโยบายว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีดิจิทัล ระบบอัตโนมัติ และปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีบทบาทสำคัญต่อการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม การเปลี่ยนผ่านสู่ Industry 5.0 จึงไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยีเข้ามาทดแทนแรงงานมนุษย์ แต่เป็นการผสานศักยภาพของบุคลากรเข้ากับเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ การขับเคลื่อน Industry 5.0 มุ่งเน้น 3 มิติสำคัญ ได้แก่ การยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลาง (Human in the loop) การเสริมสร้างความยืดหยุ่นและความสามารถในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลง (Resilience) และการเติบโตอย่างยั่งยืน (Sustainability) ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย “One Mind” (อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว) ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่มุ่งบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย
คุณปรัชญา อินทรานุปกรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันไทย-เยอรมัน กล่าวว่า สถาบันฯ ในฐานะที่ปรึกษาโครงการ ได้ให้ความสำคัญกับการสร้างระบบนิเวศเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ Industry 5.0 อย่างครบวงจร ตั้งแต่การพัฒนาทักษะและยกระดับสมรรถนะบุคลากร การสร้างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ไปจนถึงการสนับสนุนให้สถานประกอบการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมไปประยุกต์ใช้ในกระบวนการผลิตจริง
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีพิธีมอบโล่รางวัลเชิดชูเกียรติแก่สถานประกอบการต้นแบบที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่น (Success Case) จำนวน 6 กิจการ ได้แก่
1) บริษัท ทีที แอนด์ เค ลอนดรี้ เซอร์วิส จำกัด
2) บริษัท มารุ สตีล จำกัด
3) บริษัท เทอร์มีเดซ พาแนล จำกัด
4) บริษัท พระนคร คอฟฟี่ โรสเตอร์ จำกัด
5) บริษัท ไทย มัชรูม โปรเฟสชั่นแนล แอนด์ โปรดักชั่น จำกัด
6) บริษัท แปซิฟิค รับเบอร์เวิร์คส์ จำกัด
ความสำเร็จของโครงการในครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรม สถาบันไทย-เยอรมัน และภาคผู้ประกอบการ ในการผลักดันการเปลี่ยนผ่านภาคอุตสาหกรรมไทยสู่ Industry 5.0 โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนควบคู่กับเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มผลิตภาพ เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน และวางรากฐานการเติบโตของอุตสาหกรรมไทยอย่างยั่งยืน