Thai-German Institute

บทความ

‘ถอดสมการทักษะอุตสาหกรรมเพื่อสังคม’ เมื่อทักษะอุตสาหกรรมกลายเป็นกลไกสร้างโอกาสที่ยั่งยืน
‘ถอดสมการทักษะอุตสาหกรรมเพื่อสังคม’ เมื่อทักษะอุตสาหกรรมกลายเป็นกลไกสร้างโอกาสที่ยั่งยืน
ผู้เขียน: ปรัชญา อินทรานุปกรณ์ – ผู้อำนวยการสถาบันไทย-เยอรมัน (TGI)


การขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมให้เดินไปข้างหน้า ไม่ได้จำเป็นที่จะต้องนึกถึงเพียงรายได้หรือผลตอบแทนเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องเป็นการขับเคลื่อนที่ยังประโยชน์ให้กับทุกฝ่ายอย่างมีความรับผิดชอบ TGI จึงได้มีแนวทางเปลี่ยนผู้ด้อยโอกาสให้กลายเป็นแรงงานที่ภาคอุตสาหกรรมกำลังมองหา ยกระดับชีวิตของผู้คนและเสริมแกร่งภาคธุรกิจให้เดินไปพร้อมกันได้อย่างยั่งยืน

ความยั่งยืนในโรงงานยุคใหม่: จากผู้รอความช่วยเหลือ สู่แรงงานที่ตลาดต้องการ
ในภาคอุตสาหกรรมการผลิตที่เคลื่อนตัวเข้าสู่มาตรฐานการทำงานที่ซับซ้อนขึ้นทุกปี คำถามหนึ่งที่มักถูกมองข้ามคือ แรงงานกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะผู้ด้อยโอกาสและผู้พิการทางร่างกาย จะมีที่ทางอยู่ตรงไหนในสมการนี้ โครงการที่ดำเนินการภายใต้พันธกิจความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (Corporate Social Responsibility – CSR) ของสถาบันไทย-เยอรมัน (Thai-German Institute: TGI) เป็นตัวอย่างหนึ่งของความพยายามตอบคำถามดังกล่าว โดยวางกลุ่มเป้าหมายไว้ที่ผู้ด้อยโอกาสและผู้พิการทางร่างกายที่ต้องการพึ่งพาตนเองได้

จุดที่น่าสนใจในเชิงแนวคิดของโครงการนี้ไม่ได้อยู่ที่การให้ความช่วยเหลือในลักษณะสงเคราะห์ตามแบบเดิม แต่อยู่ที่การ ‘ขยับ’ กรอบคิดจากสวัสดิการพื้นฐานไปสู่การฝึกอบรมทางเทคนิคที่เข้มงวดและได้รับการยอมรับในระดับอุตสาหกรรม กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ การเปลี่ยนสถานะจาก ‘ผู้รอรับความช่วยเหลือ’ ให้กลายเป็น ‘ผู้มีทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการ’ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างมากกว่าการเยียวยาเฉพาะหน้า และเป็นแก่นของสมการที่บทความนี้ต้องการถอดรหัส นั่นคือการนำทักษะเชิงอุตสาหกรรมมาเป็นตัวแปรสำคัญที่เปลี่ยนข้อจำกัดทางสังคมให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

‘ความต่อเนื่อง’ หัวใจสำคัญของการพัฒนาแรงงานยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
การประเมินความน่าเชื่อถือของโครงการพัฒนาบุคลากรประเภทนี้ มักไม่ได้วัดกันที่แนวคิดตั้งต้นเพียงอย่างเดียว แต่วัดกันที่ความสม่ำเสมอของการดำเนินงานในระยะยาว ข้อมูลสะสมของโครงการแสดงให้เห็นว่า มีการจัดการฝึกอบรมต่อเนื่องมาแล้วมากกว่า 18 รุ่น ตลอดระยะเวลากว่าทศวรรษ ผลิตผู้สำเร็จการฝึกอบรมที่ได้รับการรับรองเป็นช่างเทคนิคแล้วกว่า 452 คน และมีสถานประกอบการภาคอุตสาหกรรมที่เข้ามาร่วมสนับสนุนหรือรับผู้ผ่านการฝึกอบรมเข้าทำงานแล้วกว่า 218 แห่งตัวเลขทั้งสามชุดนี้เมื่อนำมาพิจารณาร่วมกัน สะท้อนโครงสร้างของโครงการในสามมิติที่เกื้อหนุนกัน มิติแรกคือความต่อเนื่องของหลักสูตร (18 รุ่น) ซึ่งบ่งชี้ว่าโครงการไม่ได้เป็นกิจกรรมระยะสั้นเชิงประชาสัมพันธ์ มิติที่สองคือปริมาณผลผลิตบุคลากร (452 คน) ซึ่งเป็นดัชนีเชิงปริมาณของศักยภาพในการผลิตกำลังคน และมิติที่สามคือขนาดของเครือข่ายผู้ประกอบการ (218 แห่ง) ซึ่งเป็นดัชนีเชิงคุณภาพที่บ่งชี้ว่าผลผลิตของโครงการเป็นที่ยอมรับในตลาดแรงงานจริง มิใช่เพียงการฝึกอบรมที่จบแล้วจบเลย

วิธีการฝึกอบรม: จากห้องเรียนสู่สายการผลิต
ในเชิงระเบียบวิธี โครงการวางโครงสร้างหลักสูตรออกเป็นสองช่วงที่ต่อเนื่องกัน ช่วงแรกเป็นการฝึกอบรมภายในสถาบันเต็มเวลาเป็นระยะเวลา 8 เดือน ครอบคลุมทั้งภาคทฤษฎีและการฝึกปฏิบัติในห้องปฏิบัติการ ช่วงที่สองเป็นการฝึกงานในสถานประกอบการจริงเป็นระยะเวลา 4 เดือน ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้สัมผัสสภาพแวดล้อมการผลิตของภาคอุตสาหกรรมโดยตรง

การจัดสัดส่วนเวลาในลักษณะ 8 ต่อ 4 เดือนนี้ มีนัยสำคัญเชิงระเบียบวิธีอยู่พอสมควร กล่าวคือ ระยะเวลา ปูพื้นฐานในสถาบันที่ยาวนานกว่าช่วงฝึกงานเกือบสองเท่า สะท้อนแนวคิดที่ให้ความสำคัญกับการสร้างพื้นฐานทักษะ ที่มั่นคงก่อนนำไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริง แทนที่จะเร่งส่งผู้เข้ารับการฝึกอบรมเข้าสู่สายการผลิตโดยขาดความพร้อม อีกทั้งเนื้อหาการฝึกอบรมยังให้ความสำคัญกับการปฏิบัติงานกับเครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิตขั้นสูงอย่างปลอดภัย ซึ่งเป็นเงื่อนไขพื้นฐานที่ขาดไม่ได้สำหรับแรงงานที่จะเข้าทำงานในสถานประกอบการอุตสาหกรรมสมัยใหม่

โครงสร้างหลักสูตร: ทักษะ มาตรฐาน และวินัย
หลักสูตรของโครงการวางองค์ประกอบไว้สามส่วนหลัก ดังนี้

ส่วนแรกคือทักษะทางเทคนิค ครอบคลุมพื้นฐานงานช่างกล เครื่องมือกล ไฟฟ้าเบื้องต้น และระบบอัตโนมัติ ซึ่งเป็นชุดทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการของภาคการผลิตในปัจจุบัน 

ส่วนที่สองคือความปลอดภัยและคุณภาพ ครอบคลุมการลดความเสี่ยงจากอันตรายในสถานที่ทำงานและแนวปฏิบัติด้านการควบคุมคุณภาพ ซึ่งเป็นทักษะที่มักถูกมองข้ามในโครงการฝึกอาชีพทั่วไป แต่ในบริบทของภาคการผลิตถือเป็นเงื่อนไขบังคับที่ขาดไม่ได้ 

ส่วนที่สามคือส่วนที่อาจเรียกได้ว่าเป็นมิติที่แตกต่างจากหลักสูตรฝึกอาชีพทั่วไป นั่นคือ การพัฒนาแบบองค์รวม ซึ่งประกอบด้วยกิจกรรมค่ายฝึกสมาธิ กิจวัตรประจำวันช่วงเช้า และกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ต่อชุมชน โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างลักษณะนิสัยควบคู่ไปกับทักษะทางเทคนิค การวางองค์ประกอบทั้งสามส่วนไว้ด้วยกันสะท้อนสมมติฐานเชิงหลักสูตรที่ว่า ความพร้อมในการทำงานภาคอุตสาหกรรมไม่ได้ขึ้นอยู่กับทักษะฝีมือเพียงลำพัง แต่ยังขึ้นอยู่กับวินัยและทัศนคติในการทำงานควบคู่กันไปด้วย 


ความร่วมมือกับภาคเอกชน: ปัจจัยที่ทำให้ระบบเดินหน้าได้จริง
องค์ประกอบสำคัญอีกประการหนึ่งที่ทำให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง คือความร่วมมือกับภาคเอกชน สถานประกอบการภาคอุตสาหกรรมมีส่วนร่วมทั้งในการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและการเปิดรับผู้เข้ารับการฝึกอบรมเข้าฝึกงาน ผลลัพธ์ที่ตามมาคือผู้สำเร็จการฝึกอบรมมีโอกาสเข้าถึงตำแหน่งงานประจำที่ได้รับค่าตอบแทนในอัตราที่แข่งขันได้ตามมาตรฐานทั่วไป ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของการพึ่งพาตนเองทางเศรษฐกิจใน      ระยะยาว เครือข่ายผู้ประกอบการที่สนับสนุนโครงการนี้กระจายตัวอยู่ในพื้นที่เขตอุตสาหกรรมหลักของประเทศ ยกตัวอย่างเช่น นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี ซึ่งเป็นหนึ่งในฐานการผลิตสำคัญของภาคอุตสาหกรรมไทย การที่โครงการมีฐานเครือข่ายอยู่ในพื้นที่อุตสาหกรรมลักษณะนี้ ช่วยเพิ่มความเป็นไปได้ที่ผู้ผ่านการฝึกอบรมจะสามารถเชื่อมต่อเข้าสู่ตลาดแรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เมื่อเทียบกับโครงการฝึกอาชีพที่ขาดความเชื่อมโยงกับผู้ใช้แรงงานปลายทาง

องค์ประกอบทั้งหมดร่วมกัน ตั้งแต่กลุ่มเป้าหมาย ตัวเลขผลลัพธ์สะสม ระเบียบวิธีการฝึกอบรม โครงสร้างหลักสูตร ไปจนถึงเครือข่ายความร่วมมือกับภาคเอกชน จะเห็นได้ว่าโครงการนี้วางตำแหน่งตนเองอยู่กึ่งกลางระหว่างพันธกิจเชิงสังคมและมาตรฐานเชิงอุตสาหกรรม โดยไม่ละทิ้งด้านใดด้านหนึ่งไป 

“พันธกิจของ TGI มุ่งมั่นจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ในโลกของแรงงานภาคอุตสาหกรรม” ซึ่งเมื่อประกอบกับกลไกการฝึกอบรมและเครือข่ายที่ได้กล่าวถึงข้างต้น อาจกล่าวได้ว่าเป็นแบบจำลองหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า การแปลงข้อจำกัดทางสังคมให้กลายเป็นทักษะทางเศรษฐกิจนั้น เป็นสิ่งที่สามารถออกแบบและดำเนินการได้อย่างเป็นระบบ มิใช่เพียงแนวคิดในเชิงอุดมคติเท่านั้น


ผู้เขียน: นายปรัชญา อินทรานุปกรณ์ – ผู้อำนวยการสถาบันไทย-เยอรมัน (TGI)

เกี่ยวกับสถาบันไทย-เยอรมัน (TGI):
TGI ไม่ใช่แค่ฝึกอบรมแต่เป็นพาร์ทเนอร์ในการให้บริการที่ครบวงจร พร้อมยกระดับอุตสาหกรรมไทย สู่อุตสาหกรรมอนาคตที่ยั่งยืน ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิตอัจฉริยะ
website: www.tgi.or.th

ที่มา : https://www.mmthailand.com


By. การตลาด
Date : 07/09/2026

สถาบันไทย-เยอรมัน

700/1 หมู่ 1 นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี ถ.บางนา-ตราด กม. 57 ต.คลองตำหรุ อ.เมือง จ.ชลบุรี 20000
ติดต่อเรา
crm_dept@tgi.mail.go.th
038-215033-39, 033-266040-44



สอบถาม